ประวัติหน่วย

ประวัติมณฑลทหารบกที่ ๓๓

          

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเข้าตีเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระยากาวิละเป็นกองทัพหน้า ขับไล่พม่าข้าศึกออกจากเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จ เมื่อ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๓๑๗ และทรงปกครองเมืองเชียงใหม่แบบประเทศราช สืบมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๓๕ รวมเวลา ๑๑๘ ปี

          ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศให้อาณาจักรล้านนาไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร มีชื่อว่า “มณฑลพายัพ” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ กองทัพบกจึงได้ส่งหน่วยทหารมาประจำที่เชียงใหม่ ๑ กองร้อย โดยมี ร้อยโท ทองคำ  ภูมิประภาส เป็นผู้บังคับกองร้อยมีชื่อว่า กองทหารเชียงใหม่  มีที่ตั้งอยู่ที่บริเวณวัดชัยศรีภูมิ อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในปัจจุบัน

          หลังจากจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ปราบกบฏเงี้ยวพ่ายแพ้แล้ว เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ จึงขยายกำลังทหารโดยย้าย กรมทหารราบที่ ๘ ซึ่งเดิมอยู่มณฑลนครราชสีมา มาประจำมณฑลพายัพเชียงใหม่ และขยายกำลังเป็น “กรมบัญชาการมณฑลพายัพตะวันตก” แล้วย้ายหน่วยทหารเข้ามา ที่ค่ายกาวิละปัจจุบันซึ่งเป็นที่ดินของ นายอากร เต็กกิมเซ่งหลี มอบให้กองทัพบก และต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “พระโสภณเพ็ชร์รัตน์”

          พ.ศ. ๒๔๔๘ ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยใหม่ โดยยุบกรมบัญชาการทหารบกตะวันออก, ตะวันตก เป็นกรมบัญชาการทหารพายัพเชียงใหม่แห่งเดียว ในเดือน มกราคม ปีเดียวกันนั้นเอง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระยุพราช ได้ทรงเสด็จเชียงใหม่เยี่ยมค่ายทหารกาวิละ และทรงรับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการพิเศษ

          พ.ศ. ๒๔๕๑ กองทัพบกได้ตั้งหน่วยกำลังรบขึ้นเป็น กองพลที่ ๘ ขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการ โดยมีที่ตั้งอยู่ ณ ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่

          พ.ศ.๒๔๕๔ กองพลที่ ๘ ได้เปลี่ยนไปขึ้นกับ กองทัพที่ ๒ พิษณุโลก โดยผู้บัญชาการกองพลที่๘ ได้อัตรา พลตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ซึ่งมีพระยาพิพิธเดชะเป็นผู้บัญชาการคนแรก

          พ.ศ. ๒๔๕๗ กองทัพบกมีคำสั่งให้ ผู้บัญชาการกองพลที่ ๘ เป็นผู้บัญชาการทหารมณฑลพายัพ อีกตำแหน่งหนึ่ง

          พ.ศ.๒๔๕๘ เดือนธันวาคม พลเอกกรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ขณะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ได้เสด็จเยี่ยมหน่วยทหารค่ายกาวิละ

          พ.ศ. ๒๔๖๑ กระทรวงกลาโหม ได้ออกคำสั่งสำหรับทหารบก เรื่องกำหนดเขตและ            ชื่อมณฑลทหารบก และจังหวัดทหารบก ที่ ๒๒๓/๒๘๒๕๔ ลง ๒๒ มี.ค.๒๔๖๑ ให้มณฑลทหารบกพายัพ มีเขตพื้นที่ตรงกับเขตมณฑลพายัพ โดยมีจังหวัดทหารบกขึ้นอยู่คือ 

          - จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ ลำพูน มีเขตขึ้นตรงกับเขตจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนรวมกัน 

          - จังหวัดทหารบกเชียงราย มีเขตตรงกับจังหวัดเชียงราย 

          พ.ศ.๒๔๖๙ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จจังหวัดเชียงใหม่ได้ทรงเยี่ยมหน่วยทหารค่ายกาวิละ และทรงรับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการพิเศษ 

          พ.ศ.๒๔๗๑ กองทัพบกยุบกองพลที่ ๘ เหลือแต่หน่วยมณฑลทหารบกพายัพ 

          พ.ศ.๒๔๗๕ ยุบมณฑลทหารบกพายัพ ยุบกรมทหารราบที่ ๘ เป็นกองพันทหารราบ ที่ ๑๔

          พ.ศ.๒๔๗๙ กองพันทหารราบที่ ๑๔ แปรสภาพเป็นกองพันทหารราบที่ ๓๑ 

          พ.ศ.๒๔๘๕ กองพันทหารราบที่ ๓๑ ขยายเป็นกรมทหารราบที่ ๑๑ 

          พ.ศ.๒๔๘๙ กรมทหารราบที่ ๑๑ แปรสภาพเป็น กรมทหารราบที่ ๑๔ 

          พ.ศ.๒๔๙๓ กรมทหารราบที่ ๑๔ แปรสภาพเป็น กรมทหารราบที่ ๗ 

          พ.ศ.๒๔๙๕ ค่ายจังหวัดทหารบกเชียงใหม่ได้รับพระราชทานชื่อว่า “ค่ายกาวิละ” 

          ตามแจ้งความกองทัพบก ที่ ๑๐/๖๐๗๙ ลง ๘ เมษายน ๒๔๙๕ 

          พ.ศ.๒๔๙๘ กรมทหารราบที่ ๗ แปรสภาพเป็น กรมผสมที่ ๗ 

          พ.ศ.๒๕๑๗ กองทัพบกมีคำสั่งแยก ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๗ กับผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงใหม่ เป็นคนละหน่วย 

          พ.ศ.๒๕๒๔ กระทรวงกลาโหมได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ ๖ ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ ให้จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ ขึ้นตรงกองทัพภาคที่ ๓ 

          พ.ศ.๒๕๓๓ กองทัพบกมีคำสั่ง (เฉพาะ) ลับ ที่ ๑๒๙/๓๓ เรื่อง แปรสภาพหน่วยและปรับการจัดหน่วยมณฑลทหารบก จังหวัดทหารบก ลง ๑๔ สิงหาคม ๓๓ ให้จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ แปรสภาพและปรับการจัดหน่วยเป็น มณฑลทหารบกที่ ๓๓ 

          ปัจจุบันมี พล.ต.เกษมสุข ตาคำ เป็นผู้บัญชาการ ลำดับที่ ๖๖ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๙ จนถึงปัจจุบัน