ประวัติพระเจ้ากาวิละ

ประวัติพระเจ้ากาวิละ          

           ล้านนาไทยเป็นอาณาจักรที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ และมีความเจริญรุ่งเรือง มานาน โดยเฉพาะในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ อาณาจักรล้านนาไทยมีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยที่ราชวงศ์มังรายเป็นผู้ปกครอง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ล้านนาไทยในระยะนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาณาจักรสุโขทัย มีการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม และความเจริญซึ่งกันและกันตลอดมา ในสมัยที่พ่อขุนมังรายเป็นผู้ปกครองเมืองเชียงใหม่นั้น พระองค์ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งอาณาจักรสุโขทัย และพ่อขุนงำเมืองแห่งเมืองพะเยา กษัตริย์ทั้งสามพระองค์ต่างเป็นพระสหายที่มีความสนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวต่อกัน ยังผลให้ประชาชนชาวไทย ทั้งชาวล้านนาไทยและชาวไทยฝ่ายใต้ มีความรักใคร่ปรองดองกันด้วย 

          หลังจากที่อาณาจักรอยุธยา ได้เริ่มมีอำนาจทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และ มีนโยบายในการขยายอาณาเขตขึ้นมาทางเหนือแล้ว ชาวไทยฝ่ายใต้และชาวล้านไทยก็เริ่มมีปัญหาขัดแย้งต่อกัน อาณาจักรอยุธยาได้เริ่มรุกรานอาณาจักรล้านนาไทย สงครามครั้งสำคัญที่กระทำระหว่างอยุธยากับล้านนาไทย คือสงครามในสมัย พระบรมไตรโลกนาถแห่งอยุธยา ทำสงครามกับ พระเจ้า ติโลกราช แห่งอาณาจักรล้านนาไทย นอกจากอาณาจักรอยุธยาจะขยายอำนาจขึ้นมาทางล้านนาไทยแล้ว พม่าก็เป็นอีกอาณาจักรหนึ่ง ที่ขยายอำนาจเข้ามาทางล้านนาไทยด้วย และอาณาจักรล้านนาไทย ได้ตกไปอยู่ใต้อำนาจการปกครองของพม่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๑๐๑ เป็นต้นมา  

          เมื่อพม่าเข้ามามีอำนาจปกครองอาณาจักรล้านนาไทยแล้ว พม่าได้กระทำทารุณกรรมต่อชาวล้านนาไทยเป็นอย่างมาก ชาวล้านนาได้พยายามต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระภาพ จึงเกิดวีรบุรุษ ผู้กล้าหาญหลายท่าน อาทิ เทพสิงห์ ผู้ขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่ นายหนานทิพช้างผู้กล้าหาญแห่งเมืองลำปาง พระยาจ่าบ้าน และพระยากาวิละ ผู้ต่อสู้ขับไล่พม่าออกจากล้านนาไทยเป็นต้น และในสมัยของพระยากาวิละนี้ อาณาจักรล้านนาไทย ได้หลุดพ้นจากการปกครองของพม่ามารวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับกรุงรัตนโกสินทร์  

          พระเจ้ากาวิละพระบรมราชาธิบดีศรีสุริยวงศ์อินทรสุรศักดิ์ สมญามหาขัตติยราชชาติราชาไชยสวรรย์ เจ้าขัณฑสีมาพระนครเชียงใหม่ราชธานี มีพระนามเดิมว่า “นายกาวิละ” เป็นบุตรของเจ้าฟ้าชายแก้ว กับแม่เจ้าจันตา ประสูติเมื่อ ปีจอ ตรงกับปี พ.ศ.๒๒๘๕ หรือตรงกับสมัยพระเจ้าอยู่หัว บรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยาหากนับชาติภูมิย้อนหลังไปแล้ว พระเจ้ากาวิละฯ ทรงเป็นนัดดาของ นายหนานทิพช้าง หรือเจ้าพระยาสุละวะฤาไชยสงคราม ผู้กอบกู้เมืองนครลำปางให้เป็นอิสระจากเมืองลำพูน นับได้ว่าพระเจ้ากาวิละทรงสืบเชื้อสายมาจากวีรบุรุษผู้กล้าหาญแห่งเมืองนครลำปาง  

 

แผนภูมิสายปฐมวงศ์เชียงใหม่และครอบครัวของ

พระเจ้ากาวิละพระบรมราชาธิบดีศรีสุริยวงศ์

pkwl   

          พระเจ้ากาวิละฯ ทรงมีพระกรณียกิจในด้านการสงครามมากมายทั้งในด้านการป้องกันอาณาจักรและการขยายอาณาเขตให้กว้างขวาง พระเกียรติยศที่ได้รับจากพระมหากษัตริย์ชาติไทย ที่สำคัญ ได้แก่ 

          ๑. ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนครลำปาง ในปี พ.ศ.๒๓๑๗ โดยได้รับการสถาปนาจาก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดังปรากฏข้อความในพงศาวดารกรุงธนบุรี 

          ๒. ได้รับการสถาปนาเป็น พระยาวชิรปราการ เจ้านครเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. ๒๓๒๕ โดยได้รับการสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช 

          ๓. ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้ากาวิละพระบรมราชาธิบดีศรีสุริยวงศ์อินทร สุรศักดิ์สมญามหาขัตติยราชชาติราชาไชยสวรรณ์เจ้าขัณฑสีมาพระนครเชียงใหม่ราชธานีพระเจ้าประเทศราช เป็นใหญ่ใน ๕๗ หัวเมือง ในปี พ.ศ.๒๓๔๕ โดยได้รับการสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

          พระเจ้ากาวิละฯ ปกครองเมืองนครเชียงใหม่นานถึง ๓๓ ปี ในช่วงเวลาที่ปกครอง เมืองเชียงใหม่นั้น พระเจ้ากาวิละฯ ได้ขยายพระราชอาณาเขตให้ไทยมีเขตแดนทางเหนือ ทางตะวันตก ขยายออกไปกว้างขวางมาก มีหัวเมืองต่างๆ มายอมอยู่ใต้อำนาจเป็นจำนวนมาก และเมื่อมีหัวเมืองใดมายอมอยู่ใต้อำนาจกรุงรัตนโกสินทร์ พระเจ้ากาวิละฯ ก็จะเป็นผู้นำเจ้าเมืองต่างๆเหล่านั้นมาเฝ้าถวายตัวต่อพระเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพมหานคร ตลอดมา 

          ในปี พ.ศ.๒๓๕๘ พระเจ้ากาวิละฯ ได้นำพวกมอญ เข้าเฝ้าถวายตัวต่อ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ นับเป็นที่โปรดปรานของพระมหากษัตริย์ไทยเป็นอันมาก 

          เมื่อพระเจ้ากาวิละฯ กลับมาถึงเมืองเชียงใหม่แล้ว ก็ทรงประชวรหนัก และถึงแก่พิราลัย ณ เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันพุธ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปี พ.ศ. ๒๓๕๘ รวมพระชนมายุได้ ๗๔ พรรษา และทรงเป็นต้นตระกูลเจ้า ๗ ตน ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุล ณ ลำพูน, ณ ลำปาง และ ณ เชียงใหม่ 

          พระเจ้ากาวิละฯ ทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งเมืองเชียงใหม่ในระยะหลัง ทรงประกอบพระกรณียกิจในด้านการสงครามจนสามารถขับไล่พม่าออกจากเขตล้านนาไทยได้ ทรงมีส่วนสำคัญ ในการขยายพระราชอาณาเขตไทยทางเหนือ ให้กว้างใหญ่ไพศาล จนเทียบเท่าพระราชอาณาเขต ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทางพุทธศาสนา จนทำให้พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง และประดิษฐานอย่างมั่นคงในเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองล้านนาไทย นับได้ว่า พระเจ้ากาวิละเป็นวีระบุรุษผู้กล้าหาญและเป็นบุคคลสำคัญของชาวเมืองเชียงใหม่ สมควรที่ชาวไทยทั้งมวลยกย่องเทอดพระเกียรติไว้ตลอดกาล